diary

สวัสดีค่ะ
กลับมาถึงบ้านแล้วนะคะ

ไปเที่ยวมาหลายวันจนลืมอัพบล็อกไปซะละ

วันนี้ขอมาเล่าเรื่องที่ไปเที่ยวก่อนนะคะ

*หมายเหตุ เนื่องจากการเขียนบางครั้งอาจจะมีอารมณ์เก่าค้างคา

อาจมีคำสบถหยาบโผล่มาบ้าง ขอแจ้งไว้ก่อนนะคะ

 

 

วันแรก  24 เม.ย. 2552

ขาไป ขึ้นเครื่องของนกแอร์
ก็โอเคนะ ถึงจะมีคนบอกว่าเครื่องมันเก่าก็เหอะ

เชื่อหรือไม่...นี่คือการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกในรอบ 10 ปี

และเกือบตกเครื่องค่ะ =[]=

เครื่องออก 11.15 น. ตอนนั้นกำลังออกจากบ้าน
เจ้าหน้าที่เค้าโทร.มาบอกว่าพ่อต้องไปทำธุระด่วน
(ขอไปทำวันกลับก็ไม่ได้)ก็เลยต้องรีบไปทำ
กว่าจะถึงสนามบินก็ปาเข้าไปตั้ง 11.10 น.แล้ว
พอไปถึงเคาน์เตอร์ พนักงานเกือบไม่ให้ขึ้นเครื่องแล้ว
แต่โชคดีที่กับตันอนุญาตให้ขึ้นเครื่องได้

เพราะมีสัมภาระแค่กระเป๋าเสื้อผ้าใบนึง กับเป้อีกใบนึง

ผลก็คือ ต้องติดทรานซัม เร่งสุดๆ
โชคดีแล้ว ขึ้นเครื่องทัน...
แถมไปถึงดอนเมืองก่อนกำหนดตั้ง 10 นาที เย้...

เสร็จแล้ว ขึ้นรถบัสต่อ ไปลงที่โคราช

ตอนนั่ง รู้สึกรำคาญฝรั่งที่นั่งข้างหน้าจัง จามตลอดทาง

พอไปถึงบขส.ใหม่ น้าเรามารอรับอยู่พอดี ก็ขนของขึ้นรถ
แล้วไปไหว้ย่าโม ลอดประตูชุมพล
(เขาเชื่อว่าถ้าได้ลอดประตูชุมพลจะได้กลับมาที่โคราชอีกครั้ง)
แล้วไปกินข้าว ซื้อของที่เดอะมอล โคราช
เสร็จแล้วก็ไปที่บ้านคุณตา
ปรากฎว่า พอไปถึงไฟดับพอดี
ก็รอสักพักนึง กว่าไฟจะมา
ระหว่านั้นก็ลองไปเดินแถวๆลานหน้าบ้าน ดูดาวเล่น
ท้องฟ้าหน้าร้อนนี่ดาวก็เยอะนะคะ
ยิ่งตอนมืดๆ ไฟกำลังดับนี่ยิ่งเห็นดาวชัดเจน ท้องฟ้าสวยดี
(แต่ถ้าจะให้เยอะจริงๆก็ต้องเป็นช่วงหน้าฝน
 เพราะเป็นช่วงที่ทางช้างเผือกกำลังพาดผ่านท้องฟ้า)

ตอนประมาณสี่ทุ่มไฟฟ้าก็มา พร้อมกับลมฝน
ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง มากันหมด

คืนแรกก็นอนหลับดี อากาศไม่ร้อน

25 เม.ย. 2552

วันนี้ตื่นเช้ามาไหว้เลี้ยงศาลพระภูมิพระจำบ้านคุณตา
(คุณแม่บอกว่าถ้าไหว้เลี้ยงศาลพระภูมิให้ไหว้วันพุธหรือวันเสาร์ค่ะ)

หลังจากเก้าโมงเช้า อากาศก็ยิ่งร้อนขึ้นๆทุกที
จนรู้สึกอ่อนเพลีย
วันนั้น คุณน้าที่มาจากลำปางก็ทำขนมจีนน้ำเงี้ยวเป็นหม้อ
ก็ตักกินกันอร่อย(มีน้ำยาปลาด้วย ไม่เผ็ด แต่เราไม่ได้ตักกินง่ะ)

ตอนบ่ายมันยิ่งร้อน เราก็เลยไปเดินเล่นที่สวน
ดันไปเจอแย้วิ่งไล่จับกันทั่ว(ยิ่งที่ดงสับปะรด เยอะมาก)
แต่พอเราเดินเข้าไป กะจะลองไล่จับซะหน่อย
มันวิ่งหนีลงรูหมด แล้วมันวิ่งเร็วมากเลยนะ แย้เนี่ย
พอตกกลางคืน ลมก็แรง พายุเข้า
ไฟฟ้าก็ติดๆดับๆตามจังหวะฟ้าแลบ

คืนที่สองก็นอนหลับดี อากาศเย็น
(ถึงไฟจะติดๆดับๆบ้างก็เถอะ)

26 เม.ย. 2552


วันนี้มีเรื่องลี้ลับเกิดขึ้นกะน้องสาวเราค่ะ
คือตอนเช้าขณะที่เรากินข้าวเช้าอยู่
พ่อเราบอกให้น้องไปหยิบเอากระดาษทิชชูที่อยู่ชั้นบน
น้องเราก็ขึ้นไปเอาทิชชูให้คุณพ่อ
แต่ซักพักนึง น้องก็มาบอกกับเราว่า
เมื่อกี้ตอนไปหยิบทิชชู
เจอคุณทวดกำลังปัดโต๊ะหมู่บูชาอยู่
แล้วพอน้องเราเดินเข้าไป คุณทวดก็หายไป
เราก็ลองเดินขึ้นไปดูที่โต๊ะหมู่บูชา
ก็ไม่มีอะไร นอกจากโต๊ะหมู่บูชา
พอเราเจอกับคุณตา ก็เล่าเรี่องนี้ให้คุณตาฟัง
คุณตาก็บอกว่า สงสัยคงจะไม่ได้ทำความสะอาดโต๊ะมานานแล้ว
เพราะน้าเราก็มีธุระไปโน้นมานี้เยอะ คุณตาก็ไม่ค่อยสบาย

แต่พอดีตอนบ่าย คุณแม่พาเราไปหาเพื่อนเก่าของคุณแม่
แล้วก็ไปขับรถรอบๆอ่างเก็บน้ำ
ลมก็พัดดี เย็นมาก

27 เม.ย. 2552


วันนี้ตื่นเช้า คุณพ่อกับคุณแม่ก็ไปงานขึ้นบ้านใหม่ของคนรู้จักแถวนั้น
วันนี้เราก็เลยชวนน้องกับญาติเรามาช่วยกันทำความสะอาดโต๊ะหมู่บูชากัน
ก็สนุกดี สะอาดเอี่ยมอ่องกว่าเดิมเยอะ
วันนี้เราก็ต้องนั่งรถไฟลงไปที่หัวลำโพง
ซึ่งเป็นรถไฟเที่ยวที่รู้สึกมึนตลอดทาง
เพราะตอนนั่ง รถมันวิ่งถอยหลัง(ตรงข้ามกับทางที่หันหน้าค่ะ)
ตอนนั่งแรกๆก็โอเค แต่ไปๆมาๆ
ยังไม่ทันพ้นสระบุรีก็มึนหัวซะแล้ว
(ลองนึกถึงตอนที่ขับรถถอยหลังนานๆดูนะคะ)
กว่าจะถึงหัวลำโพงก็ตั้งห้าโมงเย็น

แล้วเพื่อนพ่อเราเค้าแนะนำให้ไปพักที่โรงแรมมีชื่อแห่งหนึ่ง
อย่าหาว่าบ้านนอกเลยนะ
ระบบล็อกห้องของที่นี่มันใช้การ์ดเสียบเข้าค่ะ
ไอ้เราก็เคยเจอแต่ระบบกุญแจล็อก
ยืนก่งก๊งกันอยู่ตั้งนาน กว่าจะเข้าได้
ตอนประมาณทุ่มนึง เราบอกจะไปที่สยามสแควร์
ก็ขึ้นตุ๊กตุ๊กไป
ก็เดินไปเดินมา ไม่รู้จะหาชอปอะไรดี
ก็หมดไปแล้ว 1วัน

28 เม.ย. 2552

วันนี้ตื่นเช้ามา เช็คเอาท์จากโรงแรม แล้วเอาของไปฝากไว้ที่หัวลำโพง
เสร้จแล้วนั่งรถไฟใต้ดิน กะจะไปเซนทรัลเวิลด์
พ่อเราดันนึกว่าเซนทรัลลาดพร้าว
ก็ซื้อเหรียญไปลงที่ลาดพร้าว
แต่พอไปถามพนักงานที่ปลายทาง เค้าบอกให้ลงตั้งแต่สุทธิสาร
แล้วต่อรถไฟฟ้าไปลงที่ชิดลม
เราก็วิ่งกลับลงไปนั่งใหม่

พอไปถึงเซนทรัลเวิลด์ ก็ไปหาที่กินข้าวก่อน
ก็ไปสั่งสเต็กที่ Santa fe'
พอเสร็จแล้วเรากะน้องก็ไปว่อนหาคิโนะ
พ่อกะแม่ก็นั่งกินกาแฟที่สตาร์บัค

ก็พอไปถึงคิโนะ น้องก็รีบไปหากันดั้มเอซ
รู้สึกตอนที่ไปซื้อนี่เพิ่งมาไม่กี่วันเองมั้ง
(กันดั้มเอซ ฉ.นี้ แฟนๆคู่แฝดกินตับควรหาซื้อด่วน)

เดี๋ยวอาจจะอัพแยกอีกเอนทรี่นะคะ เกี่ยวกับของฝาก
ผ่านร้านOH! Animeได้คอมิค 3เล่ม
แล้วก็ซื้อพวงกุญแจของสยามคะเนะ
อุปกรณ์ศิลป์ยกเซตของงานBack to School
(กระดาษ สีน้ำ สีไม้)
เสร็จแล้วไปที่ TK Park อ่านหนังสือเล่น

หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟฟ้าไปลงที่หัวลำโพง
(มีผู้หญิงคนนึงสละที่นั่งให้น้องเราด้วย)
นั่งรอตั้งนาน รถไฟออกสี่ทุ่มครึ่ง
กะว่าจะนอนหลับสบายบนรถไฟไปเลย

แต่ผิดคาดค่ะ...


ผู้โดยสารคนที่นั่งแถวหน้า ตรงกับเรา
นอนหลับดีๆไม่ว่า แต่ดันกรนออกมาด้วย
กรนดังถึงแค่แถวเราไม่เท่าไหร่หรอก
แต่มันดันดังไปทั่วทั้งตู้รถ
คนที่นั่งข้างหลังน้องถึงกับบ่นออกมา
แล้วผู้หญิงคนที่นั่งข้างๆก็ไม่เตือนเอาเลย
เราก็นอนไม่หลับทั้งคืน
จนตอนเช้า พอตัวคนกรนตื่นขึ้นมา
คนทั้งตู้หันมามอง
ตัวคนกรน กับผู้หญิงคนที่นั่งข้างๆก็ทำเป็นไม่สนใจ
เฮ้อ~ ปล่อยเค้าไปเหอะ
เเต่นะ เราก็เดินทางถึงหาดใหญ่โดยสวัสดิภาพ

ก็เอาเป็นว่า ปีนี้ เราก็ได้เดินทางไกลขึ้นกว่าเดิมอีกแล้วสินะ

-------------------------------------------------
แถม

เมนูเด็ดประจำเอนทรี่นี้

แกงเห็ดกระด้างป่าใส่ไข่มดแดง

ค่ะ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเห็ดกระด้างป่า
เคี้ยวเข้าไปคำแรก

อื้อหืมมมม...

เนื้อเห็ดเหนียว สมชื่อเห็ดกระด้างจริงๆ
เคี้ยวนานหน่อยนะ กว่าจะได้กลืน
และถ้าได้กินไปพร้อมๆกับไข่มดแดงรสหวานกลมกล่อม
พร้อมซดน้ำซุปรสแซบ
อร่อยเด็ดเลยละค่า...

-------------------------------------

เจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ

บ๊าย บายค่ะ

เปิดบล็อกใหม่

posted on 20 Mar 2009 18:56 by ployanna  in diary

สวัสดีค่ะ

นี่คือบล็อกเปิดใหม่ของข้าพเจ้า

ที่ทำขึ้นมา เพื่อ....(อะไรดีหว่า - -")<<<< แล้วจะพูดทำไม

เอาเป็นว่า ในบล็อกนี้ สิ่งที่มีแน่ๆ

-แฟนอาร์ต รูปวาด มีแน่ๆ

-แฟนฟิค เรื่องแต่ง ตามใจฉัน

-ไดอารี่ เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆใน1 วัน

-สครีม บลาๆๆ มากมาย

ถ้าใครหลงเข้ามาก็ซวยไปอ่านะ....

 

 

สุดท้ายนี้...

ขอฝากตัวด้วยนะคะ

เจอกันอีกเอนทรี่ค่ะ

บ๊าย บา~ย