หลังจากที่หายหน้ากันไปนาน ดองข้ามปีกันเลยทีเดียว
ก็กลับมาเคาะก้อนเกลือออกจากบล็อกอีกครั้ง
เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นวันที่เด็กม.6 ทุกคนต้องไปสอบo-net
เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยส่วนตัวของจขบ. อยากจะบอกว่า ไปสอบนี่ไม่ได้นั่งอ่านอะไรเลย
นั่งเล่นแต่ Bloody Roarมานั่งเล่นแบบสตอรี่แล้วพากย์ซับนรกเล่นกะน้อง
หัวค่ำมานั่งดู กิงกะบิโชเน็น กับ เดสึหวา
พอวันสอบ หัวสมองมันก็ไม่มีอะไรเลย ว่างเปล่า

ข้อสอบถามว่าพอทำได้มั้ย ก็พอทำได้นะ ไม่มีปัญหาอะไร
แต่ข้อสอบปีนี้ยากขึ้นกว่าทุกปีนะ เลขของปีนี้ยากกว่าเดิม
เอาเข้าจริงบางข้อเหมือนไม่มีคำตอบนะ

หลายวิชามีคนด่ามากขึ้นและวิชายังมีคนด่าเหมือนเดิมก็คือวิชาสุขศึกษา พลศึกษา ศิลปะ นาฏศิลป์
ไม่รู้ว่าเค้าเอาอะไรมาออกเนี่ย เด็กสายวิทย์หลายคนเลยนะที่ยังงงอยู่ พูดจริง
ไอ้พวกเพลง โน้ตกระโดดข้าม จากโทนิคไปใหนก้ไม่รู้ จะบอกว่าข้ามโน้ตยังไง หนูไม่รู้
รู้จักแค่เปียโนโซนาต้าค่ะ ไอ้ข้อการแสดงเปียโนนั่นน่ะ
ปกติก็ไล่โน้ตไม่ค่อยเป็นหรอกC D E F G
โด เร มี ฟา ซอล อะไร จำตัวอักษรไม่ได้หรอก นี่ถามน้องเอานะถึงจะรู้

แล้วที่ให้เดาการแสดงนี่ เราไม่คุ้นมันเลย เช่น Isunami(รู้จักแต่ละครโนห์ กับคาบูกิก็บุญแล้ว)
เพลงบาโรค เอ่อ เราจำได้แค่ว่ามันเป็นเพลงโบสถ์ละนะ สับสนระหว่างตัวเลือก3 กับ 4
คันตาตา เท่าที่จำได้ ...
 มันคือนามสกุลของพ่อเลี้ยงของซอนเน็ต ในAr Tonelico-Arpreggio(เอิ่ม...ไม่ใช่ละ)
มันเป็นเพลงที่คล้ายๆกับ Oratorio(เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระคัมภีร์) แต่สั้นกว่า

แล้วให้ชุดการแสดงแล้วถามว่า ต้องแต่งกายยังไง พื้นหลังสีอะไร
เพลงบรรเลงประกอบฉากต้องใช้วงดนตรีใดบรรเลง เอ่อ...เดาเอาแล้วกันนะ

วิชาศิลปะ ไม่รู้คนออกเค้าแค้นอะไรกับการ์ตูนโอเน็ตปีที่แล้วรึเปล่านะ
เอาบทความการ์ตูน มาออกกันได้
แหมพูดซะว่า การ์ตูนชีวิต มันก็อนิเมชั่นดีๆนี่เองแหละน่า

ก็สรุปว่า O-Net ปีนี้ ก็โอเคนะ เฉยๆ ไม่ค่อยจีรังเท่าไหร่สำหรับเรา(ก็เอ็งติดแล้วนี่หว่า)
แต่ก็สงสารเพื่อนหลายคนเขาสอบเข้ามาหลายที่แล้ว แต่ยังไม่ได้คณะที่ต้องการ
แล้วจะเอากับแอดกลาง โถ คะแนนต้องมาฉุดลงเพราะวิชาเดียวนี่มันเกินไปไหม
เพื่อนเราตั้งหลายคนนะที่รอแอดน่ะ ปีนี้เยอะมาก
เฉพาะภาคใต้นี่ คนที่ผิดหวังกับแอดตรงมอ.เยอะเลย
โดยเฉพาะวิชาคณิตนี่ ตัวตัดคะแนนดีๆเลย บางคนเสี่ยงทิ้งดิ่ง
หลายคนอดได้คณะที่ต้องการ เพราะวิชาคณิตไม่ถึง

ต่อไปนี้เป็นความเห็นส่วนตัว อย่าได้ใส่ใจเลยนะคะ

เฮ้อ ไม่รู้แหละ จบมาแล้วจะต้องเดินเตะฝุ่นหางานกันอีกกี่ปีกว่าจะได้อาชีพเนี่ย
บางทีเราก็รู้สึกว่าการศึกษาทำให้คนหัวสูงขึ้น
จนไม่กล้าแตะงานแบบใช้แรง
(ทำให้แรงงานต่างด้าวยังเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการหลายแห่ง)
จบมาก็นึกถึงแต่ทำงานในออฟฟิศ ขายลายเซ็น
ทั้งๆ ที่ ในแต่ละปีคนจบมาแบบอาชีพนี้ ไม่รู้กี่คน
เรียนจบแล้ว ก็ต้องมาแข่งกันแย่งงานในกรุงเทพ ทั้งๆที่จังหวัดอื่น เขาก็ติดป้ายรับสมัครเหมือนกัน
แถมพอย้ายไปอยู่ในกรุงเทพ ก็ต้องย้ายที่อยู่จากบ้าน มาอยู่คอนโด
กว่าจะผ่อนเสร็จก็แก่พอดี

บ่นเยอะไปหน่อย ไร้สาระจริงเลยนะเรา
ก็ต้องขอจบไว้แค่นี้ก่อนค่ะ

ปล. ตอนนี้เราได้วิทยาการจัดการของมอ. สายการตลาดค่ะ แหะๆ
เรียนที่มอ.สงขลานี่แหละดีแล้ว